QUICK ANSWER
คอร์สติวออกแบบภายในของ Baking Soda เริ่มจากการฝึกพื้นฐานด้วยมือ ทั้ง Drawing และ Sketch, Perspective และการสื่อสารพื้นที่ ก่อนต่อด้วยเทคนิคสีน้ำ ควบคู่ไปกับการฝึกคิดเรื่องผู้ใช้ Function และความสัมพันธ์ของพื้นที่
เพราะสำหรับเรา การออกแบบภายในไม่ใช่แค่วาดห้องให้สวย แต่ต้องค่อย ๆ ตอบให้ได้ด้วยว่า “ทำไมถึงออกแบบแบบนี้?”
ช่วงพื้นฐานเราจึงไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหลัก ส่วนคอมพิวเตอร์หรือ iPad จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นตอนจัดหน้าและนำเสนอผลงาน
ติวออกแบบภายในที่ Baking Soda ฝึกอะไรบ้าง?
เวลาเริ่มเรียนออกแบบภายใน เราไม่ได้ฝึกแค่การวาดภาพห้อง แต่ต้องค่อย ๆ ฝึกทั้งการสื่อสารสิ่งที่คิด การมองคนที่ใช้พื้นที่ และการพัฒนาความคิดให้กลายเป็นงานออกแบบ
ที่ Baking Soda เราจึงฝึกพื้นฐานผ่าน 3 เรื่องที่ทำงานไปด้วยกัน
วาดและสื่อสาร — ทำให้สิ่งที่อยู่ในหัวค่อย ๆ มองเห็น และอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้
คิดเรื่องพื้นที่ — มองคน กิจกรรม และการใช้งาน ก่อนตัดสินใจออกแบบ
พัฒนาและนำเสนอ — ค่อย ๆ ทำให้ความคิดชัดขึ้น และเรียบเรียงผลงานให้คนอื่นตามวิธีคิดของเราได้
พื้นฐานออกแบบภายในของ Baking Soda เริ่มจากการวาดและสื่อสารด้วยมือ
เวลาเริ่มต้น เราไม่ได้ให้นักเรียนเปิดโปรแกรมแล้วพยายามทำภาพ Final ให้สวยทันที แต่เริ่มจากการฝึกให้มือ ตา และความคิดค่อย ๆ ทำงานไปด้วยกัน
ลำดับพื้นฐานของงานเขียนมือที่เราใช้คือ
เวลาเริ่มต้น เราไม่ได้ให้นักเรียนเปิดโปรแกรมแล้วพยายามทำภาพ Final ให้สวยทันที แต่เริ่มจากการฝึกให้มือ ตา และความคิดค่อย ๆ ทำงานไปด้วยกัน
ลำดับพื้นฐานของงานเขียนมือที่เราใช้คือ
Drawing และ Sketch → Perspective และการสื่อสารพื้นที่ → ฝึกเทคนิคสีน้ำ
Drawing และ Sketch
การวาดไม่ได้มีไว้เพื่อทำภาพสวยอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเอาสิ่งที่กำลังคิดออกมาให้มองเห็น
นักเรียนจึงเริ่มจาก Drawing และ Sketch เพื่อฝึกทั้งการสังเกตและการสื่อสารด้วยภาพ ก่อนที่โจทย์จะค่อย ๆ ซับซ้อนขึ้น
Perspective และการสื่อสารพื้นที่
พอเป็นงาน Interior เราไม่ได้มองแค่วัตถุชิ้นเดียว แต่ต้องเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ อยู่ร่วมกันในพื้นที่อย่างไร
Perspective จึงไม่ได้มีไว้แค่วาดภาพให้ดูมีมิติ แต่ช่วยให้นักเรียนสื่อสารว่า พื้นที่ที่ตัวเองกำลังคิดอยู่นั้นเป็นอย่างไร
ฝึกเทคนิคสีน้ำ
หลังจากฝึก Drawing, Sketch และการสื่อสารพื้นที่แล้ว นักเรียนจะต่อด้วยเทคนิคสีน้ำ เพื่อเพิ่มวิธีในการถ่ายทอดงานด้วยมือให้ชัดขึ้น
เราไม่ได้มองแค่ว่า “ลงสีสวยไหม?” แต่ดูด้วยว่าสิ่งที่ทำช่วยให้งานสื่อสารได้ดีขึ้นหรือเปล่า
ส่วนคอมพิวเตอร์หรือ iPad จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วงหลัง โดยเฉพาะตอนรวบรวมภาพ จัดลำดับ และจัดหน้าผลงานสำหรับการนำเสนอหรือ Portfolio มากกว่าจะใช้เป็นเครื่องมือหลักในช่วงฝึกพื้นฐาน
ออกแบบภายในไม่ใช่แค่ทำห้องให้สวย
เวลานักเรียนเริ่มทำโจทย์ออกแบบ คำถามแรกที่เราไม่อยากให้รีบถามคือ
“ห้องนี้จะแต่งแบบไหนดี?”
เพราะก่อนจะเลือกสี รูปทรง หรือหน้าตาของพื้นที่ เราอยากให้ย้อนกลับมาดูก่อนว่า
ใครใช้พื้นที่นี้?
เขาเข้ามาทำอะไร?
แต่ละกิจกรรมต้องการอะไร?
พื้นที่แต่ละส่วนควรสัมพันธ์กันอย่างไร?
การตัดสินใจที่เราเลือกตอบโจทย์คนใช้ตรงไหน?
ระหว่างที่ฝึกวาด เราจึงฝึกให้นักเรียนมองเรื่องคนและการใช้งานไปพร้อมกัน
งานที่ดูสวยอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สิ่งที่เราอยากเห็นต่อคือ นักเรียนเริ่มเชื่อมสิ่งที่สังเกตจากโจทย์เข้ากับการตัดสินใจในงานของตัวเองได้หรือยัง
ตรงนี้เองที่ทำให้งานค่อย ๆ เปลี่ยนจาก ภาพห้องที่ดูดี ไปเป็น งานออกแบบที่มีที่มาของความคิด
จากพื้นที่และผู้ใช้ สู่แนวคิดในการออกแบบ
เมื่อนักเรียนเริ่มมองพื้นที่ผ่านคนที่ใช้งาน คำถามในการออกแบบก็มักจะค่อย ๆ เปลี่ยน
จาก
“อยากทำพื้นที่หน้าตาแบบไหน?”
เป็น
“พื้นที่นี้ควรทำงานอย่างไร และแนวคิดแบบไหนถึงจะเหมาะกับคนที่ใช้?”
จากตรงนี้ นักเรียนจะเริ่มนำสิ่งที่เห็นจากโจทย์มาพัฒนาเป็นแนวคิด ก่อนค่อยทดลอง ปรับ และหาวิธีสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ
แต่เวลาทำงานจริง ความคิดไม่ได้เดินไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงตลอดบางครั้งพอเริ่มวาดหรือทดลองแล้ว เราอาจพบว่าความคิดแรกยังไม่ตอบโจทย์ นักเรียนก็ต้องย้อนกลับไปดูข้อมูลหรือปัญหาของพื้นที่ใหม่ แล้วค่อยกลับมาพัฒนางานต่อ
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การจำว่าต้องทำขั้นตอนไหนก่อนหรือหลัง แต่คือการเข้าใจว่า การตัดสินใจแต่ละอย่างในงานเกิดขึ้นจากอะไร
ถ้าอยากดูต่อว่า งานหนึ่งชิ้นสามารถพัฒนาจากปัญหาและพื้นที่ไปสู่งานออกแบบได้อย่างไร สามารถอ่านต่อในบท กระบวนการออกแบบภายใน
จากพื้นฐานของแต่ละคน สู่การคิดงานด้วยตัวเอง
เด็กที่เข้ามาเริ่มเรียน Interior ไม่ได้เริ่มจากจุดเดียวกันทุกคน
บางคนวาดรูปมาเยอะ แต่ยังไม่เคยคิดเรื่องพื้นที่
บางคนมีไอเดียอยู่ในหัวเยอะมาก แต่พอให้วาดหรืออธิบายกลับยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน
บางคนไม่เคยเรียนออกแบบมาก่อนเลย และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองควรฝึกอะไรก่อน
เพราะฉะนั้น เราไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนต้องทำโจทย์เหมือนกัน แล้วออกมาได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน
สิ่งที่เราดูก่อนคือ ตอนนี้นักเรียนทำอะไรได้แล้ว และอะไรคือสิ่งที่ยังติดอยู่
ถ้ายังสื่อสารสิ่งที่คิดออกมาไม่ได้ ก็กลับมาพัฒนาการวาดและการสื่อสาร
ถ้าวาดได้ แต่พอเจอโจทย์แล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มคิดอย่างไร ก็ต้องฝึกอ่านโจทย์ สังเกตการใช้งาน และมองความสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้มากขึ้น
พอพื้นฐานเริ่มแข็งแรง โจทย์ก็ค่อยซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย
เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่ให้นักเรียนจำว่า “งาน Interior ต้องหน้าตาแบบนี้” แต่ให้มีพื้นฐานและเครื่องมือมากพอที่จะ คิด ตัดสินใจ และพัฒนางานของตัวเองได้
Interior Design กับ Interior Architecture เตรียมเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันทั้งหมด
Interior Design และ Interior Architecture มีพื้นฐานหลายเรื่องที่สัมพันธ์กัน ทั้งการทำความเข้าใจคน การใช้งานพื้นที่ และการสื่อสารงานออกแบบ
แต่ไม่ได้แปลว่าสองคำนี้ใช้แทนกันได้ทุกกรณี
ชื่อหลักสูตร โครงสร้างการเรียน และบริบทของแต่ละมหาวิทยาลัยสามารถต่างกันได้ เพราะฉะนั้น พอเริ่มมีเป้าหมายชัดแล้ว เราต้องดูต่อว่า จริง ๆ นักเรียนกำลังจะสมัครหลักสูตรอะไร
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าสองสายนี้ต่างกันตรงไหน สามารถเริ่มจากการทำความเข้าใจ Interior Design, Interior Architecture และเปรียบเทียบสองสาขาก่อนเลือกเป้าหมาย
ไม่มีพื้นฐาน หรือวาดรูปยังไม่เก่ง เริ่มเรียนได้ไหม?
เริ่มได้
ไม่จำเป็นต้องวาด Perspective เก่ง ใช้โปรแกรมออกแบบเป็น หรือมี Portfolio อยู่แล้วก่อนเริ่มเรียน
พื้นฐานของ Baking Soda เริ่มจากการฝึกด้วยมือ แล้วค่อย ๆ เพิ่มทั้งการสื่อสารพื้นที่และการคิดงานตามพื้นฐานของแต่ละคน
สำหรับคนที่รู้สึกว่า “เราวาดไม่เก่ง” เราไม่ได้มองแค่ว่าภาพเหมือนหรือสวยแค่ไหน
สิ่งที่สำคัญกับการเรียนออกแบบคือ เราเริ่มใช้การวาดเพื่อ สังเกต ทดลอง และบอกสิ่งที่กำลังคิด ได้หรือยัง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นทักษะที่ค่อย ๆ พัฒนาได้จากการฝึก
ส่วนคนที่ยังไม่เคยเรียนออกแบบเลย ก็สามารถเริ่มจากโจทย์ที่ไม่ซับซ้อนมาก แล้วค่อยเพิ่มระดับเมื่อพื้นฐานเดิมเริ่มแข็งแรงขึ้น
Portfolio ออกแบบภายในควรแสดงอะไร?
“ภาพไหนสวยที่สุด?”
แต่ควรถามต่อว่า
“ถ้ามีคนไม่เคยเห็นงานชิ้นนี้มาก่อน เขาจะเข้าใจไหมว่าเราคิดอะไร และงานพัฒนามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?”
เพราะ Final เพียงภาพเดียวอาจไม่ได้บอกทุกอย่าง
ภาพระหว่างทำสามารถช่วยให้เห็นจุดเริ่มต้น การทดลอง หรือการตัดสินใจบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างพัฒนางาน
Drawing, Sketch, Perspective, สีน้ำ หรือภาพ Process จึงไม่จำเป็นต้องมีหน้าที่เหมือนกันทั้งหมด แต่ควรถูกเลือกเพราะแต่ละภาพช่วยเล่าอะไรบางอย่างเกี่ยวกับงานชิ้นนั้น
ส่วนคอมพิวเตอร์หรือ iPad จะมีประโยชน์มากในช่วงนี้ เพราะช่วยรวบรวม จัดลำดับ และจัดหน้าให้คนอ่านติดตามงานได้ง่ายขึ้น
รายละเอียดเรื่องการเลือกงาน การเรียง Process และการนำเสนอจะอยู่ในบท Portfolio ออกแบบภายใน
ถ้ามีมหาวิทยาลัยเป้าหมาย ควรเตรียมเหมือนกันไหม?
ไม่ควรใช้แผนเดียวกันทั้งหมด
คำว่า Interior ที่เราเรียกรวม ๆ กัน จริง ๆ แล้วอาจหมายถึงทั้ง Interior Design และ Interior Architecture ขณะที่แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีชื่อหลักสูตร บริบทการเรียน และวิธีคัดเลือกของตัวเอง
เพราะฉะนั้น พอเริ่มรู้แล้วว่าอยากเข้าที่ไหน เราจะดูให้ชัดขึ้นว่า
หลักสูตรชื่ออะไร → เรียนและเน้นอะไร → ปีที่จะสมัครใช้วิธีคัดเลือกแบบไหน
แล้วค่อยย้อนกลับมาดูว่า ตอนนี้พื้นฐานหรือผลงานของนักเรียนส่วนไหนที่ควรพัฒนาต่อ
ตัวอย่างเป้าหมายที่นักเรียนมักสนใจ ได้แก่
ออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ ศิลปากร
สถาปัตย์ภายใน จุฬา
สถาปัตย์ภายใน ลาดกระบัง
สำหรับนักเรียนที่ค้นหาคอร์ส ติวมัณฑนศิลป์ เพราะสนใจออกแบบภายใน ศิลปากร ก็ควรแยกเป้าหมายให้ชัดว่าเรากำลังเตรียมเข้าสาขาออกแบบภายใน แล้วค่อยวางพื้นฐานและเตรียมผลงานให้สัมพันธ์กับสาขาที่ต้องการสมัคร
คอร์สติวออกแบบภายในนี้เหมาะกับใคร?
คอร์สนี้ไม่ได้เหมาะเฉพาะกับคนที่วาดเก่งหรือมีผลงานอยู่แล้ว
นักเรียนที่ยังไม่มีพื้นฐานก็เริ่มได้ รวมถึงคนที่เริ่มรู้แล้วว่าอยากไปทาง Interior Design หรือ Interior Architecture และต้องการค่อย ๆ พัฒนาพื้นฐานไปสู่ Portfolio หรือการสอบเข้า
เช่น นักเรียนที่
เราไม่ได้คาดหวังให้นักเรียนเข้ามาพร้อมทักษะทั้งหมดนี้ตั้งแต่วันแรก เพราะสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
แล้วควรเริ่มเตรียมเมื่อไหร่?
ไม่มีช่วงเวลาหนึ่งที่เหมาะกับทุกคน เพราะต้องดูทั้งพื้นฐานตอนนี้ เป้าหมาย และรูปแบบการคัดเลือกของสาขาที่สนใจ
แต่การมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเราต้องรีบทำ Portfolio ให้เสร็จเร็วขึ้น
สิ่งที่ได้คือมีเวลาสร้างพื้นฐาน ลองโจทย์หลายแบบ เจองานที่ยังไม่เวิร์ก แล้วกลับมาแก้และพัฒนาใหม่ โดยไม่ต้องเอาทุกอย่างไปเร่งในช่วงท้าย
เริ่มเตรียมพื้นฐานออกแบบภายในกับ Baking Soda
ถ้าสนใจ Interior Design หรือ Interior Architecture แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ไม่จำเป็นต้องรอให้วาดเก่งหรือมี Portfolio ก่อน
เริ่มจากการสร้างพื้นฐานการวาด การสื่อสารพื้นที่ และการคิดงานออกแบบ แล้วค่อยพัฒนาไปตามพื้นฐานและเป้าหมายของตัวเองได้
